:: TRIP & TREK :: โลกกว้างของคนเดินทาง ::
 
เรื่องโดย : Lighthouse
ภาพโดย : Lighthouse
เรื่องเล่าคนเดินทาง
ข้อมูลการเดินทาง

แผนที่การเดินทาง

มุมมองคนหลังเลนส์

ความทรงจำบนแผ่นฟิล์ม

 

 

 

Copyright 2002 : www.TripandTrek.Com All right reserved    
        เช้าวันนี้รถกระบะพร้อมสารถีที่กรุณาพาเราตะลอนมาถึง จ. แพร่ จำต้องเดินทางกลับ จ.ลำปาง ต่อจากนี้ไปพวกเราตอ้งตะลุยหมู่กันอีกแล้ว โปรแกรมแรกของพวกเราวันนี้จะไปเที่ยว "แพะเมืองผี" กันครับ อากาศวันนี้ปลอดโร่งมีแดดร้อย ถ้ายื่นอยู่ท่ากลางที่โล่างโดายไม่มีต้อนไม้เลย นาน ๆ เข้าอาจจะเป็นลมได้ เพราะเมืองผีถึงแม้จะแปลกตากอย่างไร พวกเราก็ทนไอแดดกันไม่ไหว เดินเที่ยวกันได้แค่รอบเดียวก็ขอยอมแพ้ถ้าจะมาเที่ยวที่แพะเมืองผี ควรมาช่วงสัก 4 โมงเย็ฯไปแล้ว แสดงแดดที่ส่งมากระทบแนวผาดิน และ เสาดิน ที่เกินจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติของผิดโลกจะเปลี่ยนเป็นสีออกส้ม ๆ แดดก็ไม่ร้อนมาก จะได้มีเวลาเดินดูมุมถ่ายภาพอย่างไม่รีบเร่งนัก


 

        รุ่งเช้าของวันใหม่ที่ อช.ดอยผากลองพวกเราตื่นกันตั้งแต่ตี 5 ตามที่นัดกับเจ้าหน้าที่ไว้ เพื่อจะไปชมพระอาทิตย์ขึ้นบนภูผาหินปะการัง ทางเดินขึ้นใช้เวลาเดินประมาณครึ่งชั่วโมงแบบไม่ต้องรีบร้อน ทางเดินก็ไม่ชันมากนัก แต่ต้องคอยระวังหินปูนที่แหลมคม ทางเดินบางส่วนก็เป็ฯสะพานไม้ เมื่อขึ้นไปถึงส่วนบนสุดแล้วสามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา แต่ไม่มีทะเลหมอกให้เห็นสักนิด อาจจะมีความชื้นไม่มากพอก็เป็นได้
        ลักษณะของภูผาหินประการังคล้าย ๆ กับ หินปะการังที่จุดชมวิวเากะวัวตาหลับในเขออุทยาน ฯ หมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ ฯ แต่ที่นี่ทางขึ้น-ลงสบายกว่ามากและวิวก็สวยน้อยกว่า
         และก็อีกล่ะครับจริง ๆ แล้ว แหล่งท่องเที่ยวของที่นี่ยังมีอีกหลายแห่ง ที่นำไปเที่ยวก็คือ แก่งหลวงน้ำยม ซึ่งเมื่อตอนจัดตั้งอุทยาน ฯ ใหม่ ๆ เคยมีคณะทัวร์ลองเอาเรือยางมาล่องแก่ง ดูแล้วในไม่ช้าอาจจะเป็นเส้นทางล่องแก่งแห่งใหม่ อีกทางเลือกนึง

 

  พระอาทิตย์ขึ้นเหนือผืนป่าจ.แพร่ มองจากภูผาหินประการัง
ภูผาหินประการัง ยามอาทิตย์ทอแสง
  เส้นทางเดินขึ้น ภูผาหินประการัง ซึ่งทางอุทยานฯได้ทำสะพานไม้ไว้ให้เดินกันอย่างสบายๆ
  แพะเมืองผีในวันที่ท้องฟ้าเป็นสีคราม แต่...อากาศร้อน เจ้าาา

ตะลุยหมู่เที่ยวเหนือ...เจ้าา

        สาย ๆ เราเดินทางต่อไป อ. วังชิ้น สู่จุดหมายใหม่ คือ อุทยาน ฯ เวียงโกศัย แต่ที่ทำการอุทยาน ฯ อยู่ ก่อนถึง อ. วังชิ้นประมาณ 7 กิโลเมตร เรามาถึงอุทยาน ฯ ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม มีร่องรอยฝนตกมาก่อนหน้าแล้ว คาดว่าคืนนี้ผนคงตกอีกแน่ เราจึงตัดสินใจใช้บริการบ้านพักของอุทยาน ฯ กัน
น้ำตกชั้นที่ 4 ที่มาของชื่อ "น้ำตกสายรุ้ง"
 ทางเข้าอุทยานฯเวียงโกศัย
        จาก จ. แพร่ พวากเราต้องเดินทางด้วยรถประจำทางที่วิ่งประหว่างเมืองแพร่ อ.วังชิ้น ซึ่งเส้นทางนี้จะผ่านอุทยาน ฯ ดอยผากลอง อันเป็นจุดหลายที่จะตั้งแค้มป์ของเราคืนนี้ และนี่ก็เป็นอีกอุทยาน ฯ หนึ่งที่มีการจัดภูมิทัศน์ บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวได้ร่มรื่นมาก มีสนามหญ้าให้กางเต็ฯท์กว้างขวาง เจ้าหน้าที่ก็อธยาศัยดีมาก วันนี้พวกเราก็เลยพักเราแรงกันก่อนพรุ่งนี้คอ่ยไปลุยเที่ยวภูผาหินปะการัง ซึ่งทางเดินชึ้นชมอยุ่ใกล้ ๆ แค้มป์เรานี่เอง คืนนี้จะรอกินปูภาพเขาผัดผงกระหรี่ที่พี่ ๆ เจ้าหน้าที่อุทยาน ฯ อุตสาห์ลงมือล้วงรูปูกันเองเลยทีเดียว
         จากนั้นพวกเราจึงเตรียมตัวลุยเที่ยวน้ำตกของที่นี่กันเลย เพราะวันนี้ยังมีเวลาอีกเยอะกลัวเสียแต่ว่าฝนจะตกมาก่อนเท่านั้นเอง จากการสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ดูแล้ว แหน่งท่องเที่ยวที่อยู่ในบริเวณที่ทำการอุทยาน ฯ ก็จะมีแต่น้ำตกแม่เกิ๋งน้อย กับน้ำตกแม่เกิ๋งหลวง ซึ่งสามารถเดินเที่ยวกันเองได้ไม่ต้องรบกวนเจ้าหน้าที่มานำทาง เริ่มแรกที่น้ำตกแม่เกิ๋งน้อย ถัดจากนั้นก็จะเป็นเส้นทางสู่น้ำตกแม่เกิ๋งหลวง ซึ่งมีถึง 7 ชั้นทางเดินไม่ลำบากมานัก มีให้ออกแรงปีนป่ายกันบ้าง เดินไปแช่น้ำไปสักครู่ก็จะถึงน้ำตกชั้นที่ 7 ซึ่งชั้นนี้คิดว่าน่าจะเป็นชั้นที่สวยที่สุด พวกเราเล่นน้ำบ้างถ่ายภาพบ้างสักพักฝนก็ลงเม็ดปรอย ๆ ทำให้ต้องรีบกลับลงมา คืนนี้พักที่บ้านพักของอุทยาน ฯ ไม่เห็นมีใครร้องอยากนอนเต็นท์ ผูกเปลเหมือนอย่างทุกคืน
   น้ำตกแม่เกิ๋งน้อย
   น้ำตกแม่เกิ๋งหลวง ชั้นที่ 7 คล้ายๆกับน้ำตกแม่เกิ๋งน้อยไหมเจ้าาา..
  ดอกลิ้นมังกรสีส้ม เจอระหว่างทางเดินขึ้นน้ำตกชั้นที่ 7

        วันรุ่งขึ้นพวกเราต้องรบกวนเจ้าหน้าที่ให้ไปส่งที่ อ.วังชิ้น เพื่อหาเช่ารพไปส่งเราที่ อ.ศรีราสัชชนาลัย เขต จ. สุโขทัย โดยใช้เส้นทางหมายเลข 1125 ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุดแต่ไม่มีรถประจำทางผ่าน ซึ่งจาก อ.ศรีสัชชนาลัย จะมีรถประจำทางวิ่งเข้า จ.สุโขทัย อีกต่อหนึ่ง
        ในเขต อ. ศรีสัชชนาลัยนี้นอกจากจะมีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชชนาลัย ซึ่งมีลักษณะคลาย ๆ เมื่องเก่าที่สุโขทัยให้เที่ยวแล้ว ยังมีอุทยานแห่งชาติศรีสัชชนาลัย อยู่ลึกเข้าไปอีก 40 กิโลเมตร แต่สมาชิกเราเคยมาเยือนสถานที่ทั้ง 2 แห่งนี้มาแล้วตั้งแต่ครั้งมาปักหลักรอดูสุริยุปราคา เมื่อปี 38 โน้น

เราจึ่งลงความเห็นว่าไม่ต้องแวะเที่ยวอีก จุดหมายของเราวันนี้เลยกลายเป็นน้ำตกสายรุ้ง ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติรามคำแหง เขต อ. คีรีมาศ ที่เราต้องเดินทางอีกไกล
        พวกเรามาถึงตัวเมืองสุโขทัยก็เกือบ ๆ 4 โมงเย็น บางส่วนก็ไปซื้อเสบียงเพิ่มอีก ที่เหลือก็ไปหาเช่ารถให้ไปส่งที่น้ำตกสายรุ้งและให้มารับกลับเข้าเมืองตอน 3 โมงเย็นในวันรุ่งขึ้น

        วันต่อมาพวกเรามีเวลาเที่ยวน้ำตกสายรุ้งกันอย่างเต็มที่ กะว่าเตรียมอาหารง่าย ๆ ไปทำกินกันที่น้ำตกชั้นที่ 4 เลย ซึ่งน้ำตกสายรุ้งมีจำนวนชั้นทั้งหมด 4 ชั้น ต้องเดินทวนน้ำขึ้นไปตั้งแต่ชั้นแรก แต่เมื่อมาถึงขั้นที่ 4 แล้ว ก็จะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ลืมความยากลำบากที่อุตส่าห์ปีป่ายขึ้นมา เบื้องหน้าของพวกรเาเป็นสายน้ำขนาดใหญ่ ทิ้งตัวลงมาตามผาหินกว้างและสูงชัน เมื่อแสงแดดส่องลงมากระทบทำให้เกิดปรากฎการสายรุ้ง สีสันสวยงาม พาดประดับคู่กับน้ำตกชั้นนี้จนได้ชื่อว่า "น้ำตกสายรุ้ง"
         บ่าย 3 โมงรถสองแถวคันเก่าก็มาบเรากลับสู่ตัวเมืองโปรแกรมสุดท้ายของเราคือ เที่ยว "เมืองเก่าสุโขทัย" ไม่รู้ว่าเพื่อน ๆ จะมีความรู้สึกยังไง แต่สำหรับตัวผมเองไม่ว่าเมืองเก่าสุโขทัย หรือ ที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชชนาลัย นั้นให้ความรู้สึกกับเราว่าไม่ค่อยจะเก่าแต่สักเท่าไหร่ ไม่ดูขลังเหมือนกับเมืองเก่าที่อยุธยา อาจจะเรพาะว่าที่สุโขทัยมีการบูรณะที่สมบูรณ์แบบเกินไป การเช่าจักรยานปั่นเที่ยวดูโบราณสถานนับว่าเป็ฯกิจกรรมที่น่าสนใจ ช่วยทุ่งแรงและเวลาได้เยอะ ถ้าได้พวกพาข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ เดี่ยวกับโบราณสถานที่เรากำลังชม ก็จะทำให้เพลิดเพลินได้ยิ่งขึ้น
         ทริปนี้พวกเรามาสำรวจเส้นทางเที่ยวซะเป็นส่วนใหญ่ ยังไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดในแต่ละอุทยาน ฯ ซึ่งดูจากแต่ละแห่งแล้วถ้าจะเที่ยวกันให้ถึงกึ๋นจริง ๆ ต้องมีเวลาไม่น้อยกว่า 3 วันต่อแห่ง พวกเราก็ได้แต่นึกกันไว้ว่า "ฝากไว้ก่อนแล้วคราวหน้าจะมาตะลุยหมู่กันใหม่"