ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
พฤษภาคม 26, 2017, 12:57:48 PM
ผีเสื้อและดอกไม้ [ ปี 1- 5 ]

+  TRIP & TREK โลกกว้างของคนเดินทาง
|-+  กระดานข่าวสีเขียว
| |-+  ผีเสื้อ และ ดอกไม้ (ผู้ดูแล: นายซาไกทัดดอกฝิ่น)
| | |-+  บุปผาราชินี
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: บุปผาราชินี  (อ่าน 3125 ครั้ง)
บุปผาราชินี
« เมื่อ: สิงหาคม 06, 2012, 06:21:35 PM »

สดใส สวยงาม กับพรรณไม้ในพระนาม “บุปผาราชินี”


ในบรรดาพรรณไม้ต่างๆ นานา นั้น ก็มีชื่อเรียกซึ่งมีที่มาแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นชื่อตามลักษณะที่พบเห็น ชื่อตามชื่อของผู้ค้นพบ เป็นต้น ส่วนพรรณไม้บางชนิดนั้น ก็มีชื่อที่นับว่าเป็นมงคลยิ่ง เนื่องจากมีชื่อมาจากพระนามของพระราชวงศ์ และชื่อที่ได้รับพระราชทานมา
       
       เนื่องในโอกาสมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 จึงขอรวบรวมพรรณไม้ในพระนาม และพรรณไม้ที่ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาให้ทำความรู้จักกับความสวยสดงดงาม และชื่ออันเป็นมงคล


กล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ (ภาพ : สวนหลวง ร.9)

      หากกล่าวถึง “บุปผาราชินี” ก็จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ ชื่อพรรณไม้ที่ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้พระนามาภิไธยเป็นชื่อพรรณไม้ ซึ่งได้แก่ “ต้นโมกราชินี” อยู่ในสกุลโมกมัน ลักษณะเป็นช่อดอกสีขาวหรือขาวปนเขียวอ่อน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ถูกค้นพบโดย ศาตราจารย์ ดร.ธวัชชัย สันติสุข บริเวณภูเขาหินปูน จ.สระบุรี และกรมป่าไม้ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาต ใช้ชื่อพรรณไม้นี้ตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เมื่อปี พ.ศ.2544 และ “ต้นมหาพรหมราชินี” ที่ถูกค้นพบโดย ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ลักษณะเป็นดอกเดี่ยวส่งกลิ่นหอม กลีบชั้นนอกสีขาว กลีบชั้นในสีม่วงแดง มีถิ่นกำเนิดอยู่บริเวณยอดเขาสูง ในเขต อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้พระนามาภิไธย เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547
       
       ประเภทที่สองคือ ชื่อพันธุ์ดอกไม้ที่มีชื่อตามพระนามสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้แก่ “ดอกกล้วยไม้แคทลียา ควีนสิริกิติ์” เป็นกล้วยไม้ที่อยู่ในสกุลแคทลียาสีขาว กลางดอกสีเหลือง ถูกผสมขึ้นโดยบริษัทกล้วยไม้ของประเทศอังกฤษ และได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากราชสมาคมไม้ประดับแห่งอังกฤษ นอกจากนี้แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ ยังได้พระราชทาน แคทลียาควีนสิริกิติ์ เป็นดอกไม้ประจำวันสตรีไทยอีกด้วย


กุหลาบควีนสิริกิติ์

      “ดอกกุหลาบควีนสิริกิติ์” เป็นกุหลาบดอกใหญ่สีเหลือง ปลายกลีบสีอมส้ม มีกลิ่นหอม การตั้งชื่อกุหลาบชนิดนี้ตามพระนามของสมเด็จพระนางเจ้าฯ มีการบันทึกเรื่องราวไว้ว่า “พระราชินีแห่งประเทศไทย ทรงพระสิริโฉมเป็นเสน่ห์แบบตะวันออกเหนือตะวันตก”
       
       และ “ดอกดอนญ่า ควีนสิริกิติ์” เป็นพุ่มไม้ประดับของฟิลิปปินส์ ดอกเป็นสีชมพูอ่อน ขอบกลีบเป็นสีชมพูเข้ม มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ได้ทำการผสมและขอพระราชพระราชทานพระราชานุญาต อัญเชิญพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” เป็นชื่อดอนญ่าพันธุ์ใหม่นี้ เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศฟิลิปปินส์ในปี พ.ศ.2506



ดุสิตา

       ส่วนประเภทที่ 3 คือ ดอกไม้ที่ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีทั้งหมด 6 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์ไม้ที่เกิดขึ้นในทุ่งหญ้า หรือป่าเขาตามธรรมชาติ บางชนิดเป็นพันธุ์ไม้ประจำท้องถิ่นที่หายาก เมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นคราวที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร โดยนามของดอกไม้ที่ทรงพระราชทานนั้น จะสะท้อนความหมายถึงความสวยงาม และลักษณะที่โดดเด่นของดอกไม้แต่ละชนิด ดังนี้
       
      “ดุสิตา” (หญ้าข้าวก่ำน้อย) ไม้ล้มลุกกินแมลง ดอกสีม่วงเข้มออกเป็นช่อ “มณีเทวา” (กระดุมเงิน) ไม้ล้มลุกเป็นกอขนาดเล็กคล้ายหญ้า ดอกสีขาวออกเป็นช่อ “สร้อยสุวรรณา” (ดอกหญ้าสีทอง)ไม้ล้มลุกกินแมลง ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อ “ทิพเกสร” (หญ้าฝอยเล็ก) ไม้ล้มลุกกินแมลง ดอกสีม่วงอ่อนแกมชมพู “สรัสจันทร” (หญ้าหนวดเสือ) ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ดอกสีชมพูจนถึงม่วงอ่อนอมฟ้า ส่วนปลายมีสีเหลืองหรือสีครีม ทั้ง 5 ชนิดนี้ ทรงทอดพระเนตรเห็นบริเวณใกล้ๆ กับพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ และพระราชทานชื่อไว้เมื่อครั้งโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเยี่ยมราษฎรในภาคอีสาน


มณีเทวา

      ส่วน “นิมมานรดี” เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ออกดอกเป็นช่อ ก้านดอกมีขนนุ่มสีขาว กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีขาว มีขีดตามยาว สีแดงเข้ม กลีบปากที่ปลายมีพื้นสีเหลืองเข้มและมีแต้มสีแดงเข้มที่โคนกลีบ ทรงพระราชทานชื่อไว้เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพรรณไม้ที่บริเวณโคกนกกะบา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย
       

       และในปีอันเป็นมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ก็ได้มีการขอพระราชทานพระราชานุญาตใช้ชื่อ “ควีนสิริกิติ์” สำหรับบัวลูกผสมพันธุ์ใหม่ “บัวควีนสิริกิติ์” ที่มีกลีบดอก 2 สี คือ ส่วนปลายกลีบดอกมีสีม่วง โคนกลีบดอกมีสีขาว ส่วนกลีบเลี้ยงมีสีขาวอมเขียว สีดอกของบัวลูกผสมนี้มีสีม่วง ถือได้ว่าเป็นสีใหม่ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนในบัวเขตอบอุ่น นอกจากนี้บัวลูกผสมต้นนี้ยังสามารถแตกหน่อและขยายพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งทำการผสมพันธุ์โดยนายไพรัตน์ ทรงพานิช นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร และเป็นนักผสมพันธุ์บัวที่มีชื่อเสียงระดับโลก


สร้อยสุวรรณา

      สำหรับผู้ที่อยากชมดอกไม้ที่ได้รับพระราชทานนาม และพรรณไม้ที่มีชื่อตามพระนาม นอกจากจะสามารถหาชมได้ตามป่าเขาธรรมชาติ ตามสวนดอกไม้ กล้วยไม้ และสวนสาธารณะต่างๆ แล้ว ก็ยังสามารถมาชมได้ที่ “สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ซึ่งรวบรวมพรรณไม้ต่างๆ เหล่านี้ให้ได้ชมกัน
       

      รวมไปถึงเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่มีพรรณไม้หลากหลายสายพันธุ์ ให้ได้เข้าไปศึกษาหาความรู้และพักผ่อนหย่อนใจ และบริเวณอาคารจัดแสดงก็มีนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระราชกรณียกิจต่างๆ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ให้ได้เรียนรู้ และระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   6 สิงหาคม 2555 17:19 น
บันทึกการเข้า
Re: บุปผาราชินี
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2012, 06:47:18 PM »

ขอบคุณที่เอามาแบ่งปันค่ะ
บันทึกการเข้า

เพราะหัวใจ(เรียกร้อง ... เราจึงออก)เดินทาง
Re: บุปผาราชินี
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2013, 02:54:13 PM »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
 
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.093 วินาที กับ 19 คำสั่ง