ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
พฤศจิกายน 29, 2020, 08:09:00 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ผีเสื้อและดอกไม้ [ ปี 1- 5 ]

+  TRIP & TREK โลกกว้างของคนเดินทาง
|-+  กระดานข่าวสีเขียว
| |-+  กวีแรมทาง (ผู้ดูแล: Trekkathon, นายซาไกทัดดอกฝิ่น, bamboo)
| | |-+  ...โลกร้อน...
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ...โลกร้อน...  (อ่าน 4669 ครั้ง)
...โลกร้อน...
« เมื่อ: ตุลาคม 06, 2007, 02:14:16 PM »

...โลกร้อน...


* Water_Drop_Sunspot.jpg (115.3 KB, 600x363 - ดู 1167 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 06, 2007, 02:17:04 PM โดย แก่นแก้ว » บันทึกการเข้า
Re: ...โลกร้อน...
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2007, 02:17:58 PM »

...โลกร้อน...

โลกร้อน นอนป่วย ด้วยพิษไข้
ทำอย่างไร ใครจะช่วย ให้ป่วยหาย
โลกใช่ร้อน เพียงหัว แต่ทั่วกาย
เหนือจดใต้ ซ้ายจดขวา มาเปลี่ยนไป

เขาน้ำแข็ง หลุดละลาย สลายแตก
ดินก็แยก สั่นสะเทือน เขยื้อนไหว
ลมก็บ้า ทะเลคลั่ง ฝั่งทะลาย
ภูเขาไฟ ก็ปะทุ คุลูกไฟ

อีกไม่นาน ภัยพิบัติ คงซัดใส่
หิมาลัย ไม่อาจต้าน ทานอยู่ได้
ภูชี้ฟ้า อาจชี้ ผิดที่ไป
ภูทั้งหลาย อาจยอดทิ่ม จิ้มลงดิน

มาเรามา ร่วมใจ ใช้ความคิด
ลองพินิจ คิดดู ให้รู้สิ้น
ให้โลกหาย ป่วยไข้ ไร้มลทิน
ให้ชีวิน เราทั้งโลก หายโศกตรม
              ...
บันทึกการเข้า
Re: ...โลกร้อน...
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2007, 11:45:05 PM »

แม่เหล็กโลกกลับขั้วทำไทยหิมะตกใน 7 ปี

ไม่ทราบว่าได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง Absolute Zero ในชื่อไทยว่า "มหาวิบัติวันสิ้นโลก" หรือไม่ แต่ก็สร้างความตื่นตะลึงไม่น้อยกับข้อมูลเตือนภัยพิบัติของ ศ.นพ.เทพนม เมืองแมนที่อ้างว่าได้รับมาจากมนุษย์ต่างดาวอีก โดยระบุว่าภายในปี 2557 นี้โลกจะเผชิญกับการเปลี่ยนขั้วแม่เหล็กโลกแบบกลับเหนือ-ใต้ ซึ่งจะทำให้เกิดพายุหมุน แผ่นดินไหว อุณหภูมิโลกเปลี่ยนและไทยยังต้องเผชิญกับหิมะตก โดยโลกเผชิญภาวะแม่เหล็กเปลี่ยนขั้วมาแล้ว 8 ครั้ง

แม้ว่า "เดวิด คอช" (David Koch) ตัวละครเอกของเรื่องอาจไม่เร้าใจสาวๆ หลายคนแต่ภาพยนตร์ข้างต้นก็ได้นำเสนอภาพโกลาหลที่อาจจะเกิดหากขั้วแม่เหล็กโลกกลับทิศ ภายใน 4 ชั่วโมงกว่าของการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันได้นำพาโลกที่อยู่ในละติจูดต่ำกว่า 30 เหนือและใต้จมสู่ความมืดมิดและหนาวเย็นถึง -273 องศาเซลเซียสหรือเท่ากับ 0 เคลวินซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกอุณหภูมิดังกล่าวว่า "ศูนย์องศาสัมบูรณ์" (absolute zero) ขณะที่แถบขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้มีสภาพอากาศเช่นเดียวกับเขตร้อน จินตนาการดังกล่าวจะเป็นจริงในอีก 7 ปีหรือไม่? วิทยาศาสตร์คงมีคำตอบในเรื่องนี้

เผยข้อมูลขั้วแม่เหล็กโลกกลับทิศมากว่า 400 ครั้งในช่วง 330 ล้านปี โดยครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อ 780,000 ปีที่ผ่านมา และพบการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งด้วยความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อปี หากคงไว้ที่อัตราดังกล่าวขั้วแม่เหล็กโลกจะอยู่ที่ไซบีเรียอีก 50 ปี ด้านผู้เชี่ยวชาญกรมทรัพยากรธรณีไทยเผยปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ทำมนุษย์สูญพันธุ์

เมื่อปี 2374 นักวิทยาศาสตร์ของแคนาดาได้เดินเรือสำรวจขั้วแม่เหล็กเหนือ (North Magenetic Pole) ของโลกเป็นครั้งแรกและคาดว่ามีตำแหน่งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรบูเธีย (Boothia Peninsula) ซึ่งอยู่ตอนเหนือสุดของแคนาดา จากนั้นก็มีการสำรวจตำแหน่งของขั้วแม่เหล็กเหนือมาเรื่อยๆ และพบตำแหน่งที่ต่างกัน โดยระหว่างศตวรรษที่ 20 นี้ขั้วแม่เหล็กเหนือได้เปลี่ยนตำแหน่งไปราว 1,100 กิโลเมตรแล้ว ปัจจุบันพบว่าความเร็วของการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งขั้วแม่เหล็กโลกได้เพิ่มขึ้นเป็น 41 กิโลเมตรต่อปี หากการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเกิดขึ้นด้วยความเร็วเท่าเดิมในทิศทางเดิมขั้วแม่เหล็กเหนือจะไปอยู่บริเวณไซบีเรียในอีก 50 ปีข้างหน้า

อีก 5 ปี ภัยพิบัติเกิดขึ้นทั่วโลก

“ผมไปพูดเรื่องมนุษย์ต่างดาว จานบิน ที่ไหนๆ หลายคนมองว่าผมบ้า ผมก็ไม่โกรธเขานะที่เขาคิดไม่เหมือนผม ผมเชื่อของผมอย่างนี้ และผมก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ที่สำคัญประเทศมหาอำนาจของโลกทั้งอเมริกา รัสเซีย จีน เขาสนใจเรื่องนี้ทั้งนั้น” น้ำเสียงสุขุมนุ่มนวล ที่หลุดจากปากชายวัย 72 ปี อย่างศาสตราจารย์ ดร.เทพพนม เมืองแมน ทำให้ได้รับทราบถึง “ความเชื่อ” ส่วนตัวที่เขามีมาต่อเนื่องนานนับ 30 ปีเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวและจานบิน แม้วันนี้จะยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าเรื่องมนุษย์ต่างดาวนั้นมีจริงหรือไม่

 หลังจากที่ศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และลองนั่งสมาธิ ทำกรรมฐานจนสามารถติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้แล้วทำให้ ศ.นพ.เทพพนม สามารถถ่ายรูปมนุษย์ต่างดาว ยานอวกาศได้ด้วยตัวเองนับร้อยๆ ภาพ เขาบอกว่าภาพถ่ายนี่คือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ คนที่สงสัยว่าผมทำภาพเองก็สามารถนำไปตรวจได้ว่านั่นคือภาพถ่ายที่ถ่ายมนุษย์ต่างดาวจริงๆ
       
        “ใครไม่เชื่อผมก็ไม่ว่านะ เพราะผมรู้ตัวเองว่าผมทำอะไร ภาพถ่ายที่ผมถ่ายได้ก็เป็นภาพจริงๆ เอาไปตรวจได้เลย ผมไม่มีความจำเป็นที่จะโกหกใครๆ เพราะสถานะทางสังคม การเงินหน้าที่การงานมั่นคง ชื่อเสียงของผมก็มี ไม่จำเป็นต้องไปหลอกใคร”
       
        การติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว ศ.นพ.เทพพนม บอกว่า จะต้องติดต่อผ่านการทำสมาธิเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเนื่องจากจะสามารถผ่าน “ภพภูมิ” ต่างๆไปได้ด้วยจิตที่ละเอียดเพียงพอนั่นหมายถึงการนั่งสมาธิจน “ถอดจิต” ออกจากร่างได้นั่นเอง

สำหรับคนที่สนใจสามารถศึกษาด้วยตัวเองได้ในพระไตรปิฎกที่เขียนเรื่องภพภูมิไว้อย่างชัดเจน โดยศาสนาพุทธนิกายหินยานบอกว่าในจักวาลนี้มีภพภูมิอยู่ถึง 31 ภพภูมิ ขณะที่ฝ่ายมหายานบอกว่ามีภพภูมิ 32 ภพภูมิ รวมภพ “อันตรภูมิ” ซึ่งเป็นภพภูมิที่วิญญาณต้องรอกรรมการตัดสินว่าจะไปสวรรค์หรือนรกรวมเข้าไปด้วย ในขณะที่มนุษย์ต่างดาวที่เขาบอกว่าเขามีความเจริญกว่าเรานั้นบอกว่าในจักรวาลมีตั้งร้อยกว่าภพภูมิและยังบอกว่า การเวียนว่ายตายเกิดนั้นเป็นเรื่องจริง
       
       เรื่องภพภูมินี้เราสามารถอธิบายอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ได้เพราะผมเคยได้ศึกษาวิจัยร่วมกับ ศ.ดร.เอียนส์ ซิเวนเซนต์ จากดุกส์ ยูนิเวอร์ซิตี สหรัฐเอมริกา เรื่องการระลึกชาติโดยศึกษาจากคนไทยที่สามารถระลึกชาติได้ 300 คน ศึกษาจากคนทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 3,000 คน ปรากฏว่าเด็กที่ระลึกชาติได้นั้นมีอยู่ทั่วทุกทวีป แต่ละคนที่เข้าร่วมโครงการสามารถระลึกชาติได้จริงๆ ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่ามนุษย์เรานี้มีการเวียนว่ายตายเกิด มีภพมีภูมิที่แตกต่างกันจริงๆ

ศ.นพ.เทพพนม บอกว่า การที่มนุษย์ต่างดาวเลือกที่จะติดต่อกับเขานั้นเป็นเพราะในภพภูมิหนึ่งเคยได้เป็นส่วนหนึ่งของเขา ทำให้เขาสามารถสื่อกับมนุษย์ต่างดาวได้และเขาเชื่อว่าเขาถูกส่งมาเพื่อยกจิตวิญญาณของมนุษย์ให้ดีขึ้น แต่มาถึงวันนี้ยังไม่สามารถทำตามวัตถุประสงค์ได้ ซึ่งมนุษย์ต่างดาวบอกว่าเพราะมนุษย์นั้นเป็นสิ่งชั่วร้ายและก็มาถึงยุคสุดท้ายที่มนุษย์จะถูกทำลายล้าง
       
       “ผมไม่รู้นะว่าจะมีคนเชื่อผมแค่ไหน แต่เท่าที่ผมได้ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวเขาบอกว่าภายใน 5 ปีนับจากนี้ มนุษย์จะเผชิญกับภัยพิบัติมากมาย ที่เขาบอกผมมันไปตรงกับภาวะโลกร้อนเข้าพอดี ซึ่งสหรัฐฯ ได้ทำการวิจัยแล้วว่าโลกมนุษย์กำลังเผชิญกับช่วงแม่เหล็กเปลี่ยนขั้ว โดยทุกๆ 26,000 ปีแม่เหล็กโลกจะเปลี่ยนขั้วแบบเหนือเป็นใต้ใต้เป็นเหนือเลยซึ่งเรื่องนี้คนที่ทำคือมนุษย์ กรอปกับจุดดับในดวงอาทิตย์ที่เพิ่มมากขึ้นทำให้โอกาสที่จะเกิดภัยพิบัติต่อโลกภายในปี คศ.2012 มากมาย”
       
       สำหรับการศึกษาเรื่องแม่เหล็กเปลี่ยนขั้นนี้ สหรัฐฯ เป็นผู้ดำเนินการเขาทำการศึกษามาแล้วว่าโลกมนุษย์เราเกิดแม่เหล็กเปลี่ยนขั้วมาแล้ว 8 ครั้งแต่ละครั้งจะทำให้เกิดพายุหมุน แผ่นดินไหว อุณหภูมิเปลี่ยน ประเทศที่ร้อนอย่างประเทศไทยก็อาจจะมีหิมะตก

รวบรวมจาก : ผู้จัดการรายสัปดาห์


* Absolute_Zero.jpg (29.04 KB, 383x500 - ดู 1145 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รักชาติยอมสละแม้ ชีวี รักเกียรติจงเจตน์พลี ชีพได้ รักราชมุ่งภักดี รองบาท
"ยืนด้วยกาย ไม่ได้ถูกบังคับ ยืนด้วยใจ ไม่ได้ถูกเงินซื้อ"
เราจะขอปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต
Re: ...โลกร้อน...
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2007, 02:49:52 PM »

โลกคงร้อน..ต่อไป..ไม่หายแน่
หากยังไม่..ยอมแก้..ทั่วโลกา
ประเทศใหญ่..ยังไม่..ให้สัญญา
แล้วประชา..ทั่วไป..ใครจะทำ

มีแต่ขู่..ประเทศเล็ก..เหมือนเด็กน้อย
ว่าเขาด้อย..เดียงสา..สุดน่าขำ
ทีตัวเอง..ข่มเหง..เป็นประจำ
ให้คนอื่น..ยืนช้ำ..ระกำใจ

บอกทั่วโลก..ดูแล..อย่าแพร่ก๊าซ
เดี๋ยววิบัติ..สูญสิ้น..ชีวินหาย
อีกไม่นาน..โลกนี้..มีมลาย
แล้วทำไม..เมืองเขา..ไม่เบาบาง

ยังคงปล่อย..ลอยล่อง..สู่ท้องฟ้า
ก๊าซที่ว่า..ยังมี..ทุกที่ทาง
ประเทศเขา..ปล่อยไว้..ไม่มีจาง
แถมยังอ้าง..ถ้าเขาลด..จะอดตาย

ถลุงเหล็ก..ทั่วทุกรัฐ..จนอัดแน่น
อัดเป็นแผ่น..และโค้ง..แล้วส่งขาย
ปล่อยก๊าซทิ้ง..ล้างโลก..อย่างมากมาย
เขาทำลาย..ท้องฟ้า..มากกว่าใคร

ประเทศเรา..เฝ้าแต่มอง..แล้วร้องว่า
เรื่องธรรมดา..ไม่เห็น..จะเป็นไร
เขาไม่ทำ..เราก็ทำ..กันต่อไป
จะทำไง..เราตัวน้อย..ด้อยพัฒนา

ได้แต่บ่น..ไปวันวัน..มันในจิต
แต่ก็คิด..แก้ไข..ให้ปลูกป่า
เพราะต้นไม้..จะซับ..ปรับอัตรา
ก๊าซที่ว่า..ให้หมด..หรือลดลง

มีต้นไม้..มากมาย..หลายหลายผืน
ความชุ่มชื้น..กับมา..ป่ายืนยง
ฝนตกบ่อย..ปล่อยก๊าซ..โอโซนคง
อากาศโปร่ง..โลกร้อน..ก็ผ่อนคลาย

.....................................................
ปล. อ่านแล้วอย่าซีเรียสตามผมนะ โกรธ โกรธ โกรธ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
 
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.027 วินาที กับ 22 คำสั่ง