:: TRIP & TREK :: โลกกว้างของคนเดินทาง :: Traveller's WorldWide ::
   เรื่องเล่าคนเดินทาง
   เทคนิคแคมป์
   เรื่องเล่าติดแสตมป์
   นานา..น่าลอง
   ศิลปวัฒนธรรม
   เรื่องเล่าจากราวไพร  
   สมุดเยี่ยม
   มองผ่านเลนส์
   ทริปเดินทาง ปี 54  
   แนะนำตัว
สมัครสมาชิกรับข่าวสาร ฟรี!!





:: ศิลปวัฒนธรรม :: เพื่อส่งเสริมสำนึกรักศิลปวัฒนธรรมไทย ::

:: TRIP & TREK :: โลกกว้างของคนเดินทาง ::
   1  2  3 
2
Copyright © 2002-2005 by TripandTrek.com All Rights Reserved    

 

         คืนนั้นพวกเราเปลี่ยนเสื้อผ้านอนกันโดยไม่ได้อาบน้ำ เนื่องจากเล่นน้ำมาทั้งวันแล้ว

         อาหารเย็นไม่ได้ตกถึงท้องของแต่ละคน เนื่องจากฟืนเปียก และไม่มีใครคิดอยากจะกินเพราะหนาวกันสุดๆแล้ว

         นอนไปก็ไหลเทลงมารวมกันเป็นพักๆ เนื่องจากพื้นที่ลาดเอียง ต้องคอยจัดขบวนใหม่กันทั้งคืน

         หลังอาหารเช้าที่ต้องทำอาหารท่ามกลางสายฝน เจ้าหน้าที่มีความสามารถในการนำฟืนเปียกๆมาติดไฟได้ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของพวกเขาจริงๆ

         วันนี้โชคดีที่ฝนตกไม่หนักนัก ระดับน้ำที่ขึ้นสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อคืนก็ลดระดับลงไปมาก

         หลัง 10 โมงเช้า จึงเริ่มออกเดินทางต่อ โดยมีจุดหมายอยู่ที่น้ำตกแควมะค่า ซึ่งระยะทางไม่ไกลจากลานหินใหญ่มากนัก

เนื่องจากทางเปลี่ยนสภาพไปจากสายฝนที่กระหน่ำมาหลายวัน


         เกือบ 3 โมงเย็น พวกเราจึงมาถึงจุดหมายปลายทาง “น้ำตกแควมะค่า”อันยิ่งใหญ่

        น้ำตกแควมะค่ายามน้ำหลากนี้ดูรุนแรง สายน้ำที่โถมลงมาจากเบื้องสูง ทำให้เกิดเสียงดังกึกก้อง สายน้ำเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลแดง คงเนื่องจากฝนตกหนักมาหลายวัน

         ทุกคนได้แต่ยืนดูห่างๆ เนื่องจากสายน้ำที่ตกกระทบพื้นเบื้องล่าง ทำให้เกิดละอองน้ำกระเด็นไปไกล

         พวกที่พกกล้องมาไม่กล้าถ่ายรูป เนื่องจากกลัวกล้องเปียกน้ำ (ไม่รู้จะพกมาทำไม)

         เย็นนั้น พวกเราได้ที่พักอย่างดีเยี่ยมบริเวณลานใกล้น้ำตก เป็นลานกว้าง พื้นดินเรียบ ต่างคนต่างกางเต๊นท์ ผูกเปลกันนอนอย่างมีความสุข
         ทางที่เดินเป็นโคลนเหนียวเหมือนเมื่อวาน ทุกคนพากันเดินแกะโคลนกันไป จับกบกันไปอย่างเฮฮา

         แต่แล้วก็ต้องพบกับความตื่นเต้นอีกครั้ง

         พวกเราทั้งหมดต้องไต่เชือกลงหน้าผาสูง ประมาณ 20 เมตร ฉันไม่กลัวความสูงแต่ก็รู้สึกเสียวๆ แต่ก็สามารถไต่เชือกลงมาอย่างปลอดภัย มีกระแทกบ้างเล็กน้อย

         มีเพื่อนบางคนที่กลัวความสูงขนาดไต่ลงมาไม่ได้ ต้องเกาะหลังเพื่อนผู้ชายอีกคนเป็นลูกลิงเกาะหลังพ่อลิงลงมา

         หลังจากนั้นคนที่เหลือจึงทยอยไต่ตามๆกันลงมาจนครบ เป็นครั้งแรกที่ต้องไต่เชือกลงหน้าผาแบบนี้

         จุดที่พวกเราไต่หน้าผาลงไปและเดินไปอีกเพียงพักเล็กๆ เราก็พบกับน้ำตกขนาดกลางอีกแห่งหนึ่งชื่อ “น้ำตกผาไทรย้อย”

         ม่านน้ำตกสีขาวที่ไหลลงมาดูคล้ายกับกิ่งไทรที่ย้อยลงมาจากต้นไทรเสียจริง

         ทุกคนนั่งพักเหนื่อยกันที่นี่ เพื่อรอเจ้าหน้าที่ไปดูทางกลับมา

         พวกที่ผูกเปลนอนก็หาไม้ง่ามมาค้ำเชือกเปลให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าตัวเปล

         เป็นคืนแรกที่ได้กินและนอนอย่างมีความสุข ไม่ต้องคอยพะวงกับเรื่องของน้ำป่าเพราะอยู่ที่สูงพอ โดยไม่ได้คิดล่วงหน้าถึงการเดินทางมหาโหดในวันรุ่งขึ้น

         เช้าวันรุ่งขึ้น หลังอาหารเช้าและเริ่มออกเดินทางตอน 10 โมงเช้า เจ้าหน้าที่บอกว่าพวกเราเดินช้า จึงพาเดินเปิดทางใหม่ ซึ่งเป็นทางตรงตัดป่าไปยังจุดหมายให้เร็วขึ้น

         ทุกคนเดินตามเจ้าหน้าที่ตามประสาผู้ตามที่ดี ทางเละแสนเละ ลื่นแสนลื่น ซ้ำยังต้องเดินฝ่าดงหนามที่มีเกือบตลอดทาง

         เดินย่ำน้ำข้ามลำธารที่เชี่ยวกราก ต้องคอยผูกเชือกให้เกาะจับข้ามเป็นช่วงๆ ซ้ำร้ายฝนตกหนักอีก แต่ละคนทั้งหนาวและเหนื่อย แต่ก็กัดฟันทนเดินตามเจ้าหน้าที่นำทางไป

         พวกเราบางคนเหนื่อยจนหน้าซีด หมดแรง ต้องคอยดูแลและพักเป็นระยะๆ บางคนก็มีอันต้องสละรองเท้าทิ้งเพราะดินเกาะส้นรองเท้าจนหลุด