:: TRIP & TREK :: โลกกว้างของคนเดินทาง ::
:: TRIP & TREK :: โลกกว้างของคนเดินทาง :: Traveller's WorldWide ::
   เรื่องเล่าคนเดินทาง
   เทคนิคแคมป์
   เรื่องเล่าติดแสตมป์
   นานา..น่าลอง
   ศิลปวัฒนธรรม
   เรื่องเล่าจากราวไพร  
   สมุดเยี่ยม
   มองผ่านเลนส์
   ทริปเดินทาง ปี 54  
   แนะนำตัว
สมัครสมาชิกรับข่าวสาร ฟรี!!





:: ศิลปวัฒนธรรม :: เพื่อส่งเสริมสำนึกรักศิลปวัฒนธรรมไทย ::

   1  2  3 
3
Copyright © 2002-2005 by TripandTrek.com All Rights Reserved    


        ก้้อผมไปช่วยเขาเก็บเต้นท์ต่อเพราะเขาจะกลับแล้ว เขาบอกว่าจะชวนมานั่งกินเหล้าตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่เกรงใจ แหมมม…ฟังแล้วเปรี้ยวปากจัง 55555
         กินอะไรเรียบร้อย 8 โมงกว่า เราก้อมานั่งเช็คโปรแกรมที่เหลือคือ น้ำตกเจ็ดคตเหนือ น้ำตกเจ็ดคตใหญ่ แล้ว ก้อทุ่งทานตะวัน
         แต่เห็นผู้คนเริ่มเก็บเต้นท์แล้วหายไปทีละเต้นท์สองเต้นท์ก้อ เอ ชักจะท่าไม่ดีสะแล้ว ถ้าเดินไปน้ำตกเจ็ดคตเหนือประมาณ 1.4 กม.แล้วกลับมาเก็บของ มีแววแบกเต้นท์ลงจากอ่างเก็บน้ำไปข้างล่างแน่
         แต่ยังไงมาถึงที่แล้วนี่ครับ อยู่แค่ปลายจมูกแล้วไม่ไปก้อเสียความตั้งใจเลยรีบเก็บเต้นท์ แล้วเอาของขึ้นหลังรีบเดินไปเจ็ดคตเหนือ (เผื่อขากลับเจอรถใครจะได้โบกเลยไม่ต้องเสียเวลาเก็บเต้นท์) แล้วก้อรีบเดินเข้าไปตามทางไม่ยากเท่าไรนัก
         แต่พอเจอทางลงชันดิกเลย ก้ออดนึกถึงขากลับที่มันจะกลายเป็นทางขึ้นแล้วถอนหายใจล่วงหน้าเลย ไปถึงตัวน้ำตกเป็นน้ำตกไม่สูงมาก น้ำก้อไม่เยอะเท่าไร ก้อสวยในระดับนึง
         นั่งชมสักพักแล้วรีบล้างหน้าล้างตาเตรียมตัวเดินออกไปข้างนอกเพื่อโบกรถมุ่งสู่เจ็ดคตใหญ่ตามเป้าหมาย แล้วก้อเดิน เดิน แล้วก้อเดิน เฮ้อมันชันจริงๆอย่างที่คิดไว้แฮะ แล้วไอ้ที่หลังเรานี่มันหนักอะไรกันฟะ
         ก้อออกไปลุ้นครับที่อ่างเก็บน้ำ ด้อมๆมองๆ โห ที่เหลือส่วนใหญ่จะเป็นรถเก๋งทั้งนั้นเลย มีแววชีพจรลงเท้าอีกแย้วสิเรา
         แต่พระเจ้าก้อยังไม่ทอดทิ้งคนจรอย่างเรา มีรถปิคอัพสองคันมองมาแล้วกวักมือเรียก เดินเข้าไปใกล้ๆ อ๋อ พี่เต้นท์ข้างหน้าที่ผมเข้าไปคุยรื่องข้อมูลท่องเที่ยวและอุปกรณ์ฯ กะเขาตอนเช้า แกบอกขึ้นรถเลย แต่เดี๋ยวแกจะขึ้นไปจุดชมวิวก่อน แล้วจะส่งลงตรงร้านค้าที่สามแยก
         ขึ้นไปที่จุดชมวิวเห็นภูเขา อ่างเก็บน้ำ แต่ไม่ค่อยมีหมอกให้เห็น เนื่องจาก 10 โมงกว่าแล้ว จึงทำหน้าที่เป็นตากล้องถ่ายรูปให้กลุ่มพี่เขาสักพัก ก้อลงไปจนถึงสามแยกที่เราจะต้งโบกรถต่อ
         หลังจากขอบคุณและร่ำลาพี่เขาเรียบร้อย ก้อถึงเวลาพิสูจน์พลังและความมุ่งมั่นของตัวเองอีกครั้ง ก้อเริ่มเดินไปเรื่อยๆ แต่นึกในใจว่า เอ ทำไมวันนี้ไม่มีรถนักท่องเที่ยวผ่านบ้างเลยน้า สักพักใหญ่ มีรถกะบะบรรทุกคนมา ผมก้อหันหลังกำลังจะโบก ได้ยินเสียงแต่ไกลว่า เขาเตรียมจะโบกแล้ว เสร็จแล้วพอรถก้อจอด



น้ำตกโกรกอีดก
เรื่องโดย : เมรัย
ภาพโดย : เมรัย
 
เรื่องเล่าคนเดินทาง
ข้อมูลการเดินทาง
แผนที่การเดินทาง
มุมมองคนหลังเลนส์
ความทรงจำบนแผ่นฟิล์ม

               อ๋อ พี่รถกะบะแดงที่เราโบกเขามาส่งที่ร้านค้าสามแยกเมื่อวานนี่ ก้อขึ้นหลังรถ พี่แกบอกเดี๋ยวไปทำบุญที่วัดเจ็ดคตกันก่อนนะ ดีเหมือนกัน ขึ้นไปทำบุญบนวัด สักพัก ก้อบึ่งรถต่อไปที่น้ำตก แล้วก้อเดินเข้าไปในตัวน้ำตก เป็นน้ำตกใหญ่สูงประมาณ 10 เมตร มีเด็กๆเล่นกระโดดโชว์นักท่องเที่ยวที่เข้ามาตลอด แถมบางคนยังไปอุดทางน้ำข้างบนเล่นทำให้น้ำไหลลงมาน้อย   
        เฮ้อ เป็นลูกเป็นหลายจะจับเขกกะโหลกซะนี่ นั่งเขียนโปสการ์ดถึงเพื่อนๆ เสร็จแล้วก้อเดินทางออก และเจอพี่กะบะแดงกำลังจะออกรถ ตะโกนถามว่าออกไปด้วยกันหรือเปล่า แน่นอนครับ ไม่ต้องถามอยู่แล้วนี่ครับ แต่หิ้วเป้วิ่งขึ้นรถแกเลยครับ 555555
         แกขับมาจอดตรงร้านค้าที่จะออกไปถนนมิตรภาพ เราก้อขอบคุณพี่เขาเป็นการช่วยเหลือทั้งสามหน แล้วก้อเดินไปเพื่อจะไปต่อที่ทุ่งทานตะวัน
         เดินไปรอตรงเนินถนนโบกรถที่จะออกไปข้างนอก เฮ้อ ทำไมแถวนี้โบกยากจังไม่ค่อยจะยอมจอดเลย สักพักหญ่ายๆๆๆ ก้อเจอคุณลุงใจดี แกรับขึ้นไปส่งที่ปากทางถนนมิตรภาพ ขึ้นไปนั่งหลังกะบะด้วยความเหนื่อยล้า บวกกับแดดที่ร้อนจนแทบจะเผาทุกสิ่งทุกอย่าง
         แต่ก้อหลับๆตื่นๆจนถึงปากทาง ผ่านทุ่งทานตะวันเล็กๆของชาวบ้านแถวนั้น ก้อบ่ายกว่าแล้ว แล้วตัดสินใจเข้าไปถ่ายรูปกับดอกทานตะวันที่นี่แล้วกัน
         เพราะถ้าไปถ่ายที่ทุ่งใหญ่ๆก้อคงต้องนั่งรถไปอีก 20 กว่าโล แล้วคนก้อคงเยอะมาก ก้อเลยเดินเข้าไปถ่ายแถมมีน้องๆเด็กๆ แถมนั้นวิ่งมาขอเข้ากล้องด้วย
         ขึ้นมาจากทุ่งเสร็จแล้วเตรียมหาร้านค้า แต่มองไปทางไหนก้อไม่มีร้านค้า ก้อเลยไปที่ศาลารอรถ และคุ้ยเสบียงที่เหลือในกระเป๋าได้ขนมปังทูน่ามาช่วยรองท้องอีกครั้ง
         รอรถอยู่สักพักรถที่มาเต็มทุกคัน แต่เราไม่อยากยืนแล้วนี่ครับ ก้อเลยไปตรงปากทางสิงวิญญาณนักโบกอีกครั้ง โบก โบก แล้วก้อโบก แต่รถส่วนใหญ่จะเต็มหรือไม่เต็มก้อไม่รับ
         แต่ในที่สุดก้อมีรถจอดรับจนได้ และขอติดพี่เขาไปลงที่ฟิวเจอร์รังสิต รถแกซิ่งเหมือนจรวดเลย นั่งแล้วไม่ค่อยกล้าหลับเท่าไร จนถึงฟิวเจอร์ประมาณ 4 โมง ก้อเลยเดินเข้าไปตากแอร์หาอะไรกินในห้างสะหน่อย เห็นคนมองแบบแปลกๆ
         นึกในใจไม่เคยเห็นคนกรุงเพิ่งออกจากป่าหรือครับ เข้าไปหาข้าว ไอติม กินเรียบร้อยก้อ ขึ้นรถตู้เตรียมตัวกลับบ้านไปใช้ชีวิตในป่าคอนกรีตอีครั้ง อีกครั้ง และก้ออีกครั้งงงงงงงงง…………..